วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สนธิกำลังปราบปรามเยาวชนมั่วสุมช่วงปิดเทอม

สนธิกำลังปราบปรามเยาวชนมั่วสุมช่วงปิดเทอม


       โดยการอำนวยของพลตรีกาจบดินทร์​  ยิ่งดอน​ รองผอ.รมน.จังหวัดขอนแก่น

นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น และนายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่นมอบหมาย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงนำกำลังพลสมาชิก อส.บูรณาการร่วมกับชุดจัดระเบียบสังคมจังหวัดขอนแก่น​เจ้าหน้าที่​กอ.รมน.จังหวัด​ขอนแก่น​ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ออกตรวจตามนโยบายจัดระเบียบสังคมอาทิเช่น สถานประกอบการร้านเกมส์สเตชั่น

พบเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าใช้บริการ  2 คน จึงให้เจ้าหน้าที่ พมจ.ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนโดยให้เชิญผู้ปกครองมารับตัวกลับ และให้จนท.วัฒนธรรมจังหวัด ดำเนินการเสนอคำสั่งทางปกครองต่อไปและสถานประกอบการร้านแฮทแทค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังมหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งและตรวจพบผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์เข้าใช้บริการ 1 คนจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้จัดการร้านนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาจำหน่ายสุราให้ดับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี//Thailandpressnews รายงาน

สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย เน้นการขึ้นทะเบียนสัตว์เป็นอีกแนวทางเพื่อแก้ปัญหาการทารุณสัตว์ แต่ต้องมีมาตรการอื่นที่ชัดเจนควบคู่กัน

สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย เน้นการขึ้นทะเบียนสัตว์เป็นอีกแนวทางเพื่อแก้ปัญหาการทารุณสัตว์ แต่ต้องมีมาตรการอื่นที่ชัดเจนควบคู่กัน

สำหรับการขึ้นทะเบียนสุนัข ดร.สาธิต  ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า

 

หลังจากที่ครม.เห็นชอบร่างกฎหมาย เลี้ยงหมาแมวต้องขึ้นทะเบียนฝ่าฝืนโทษปรับ 2.5 หมื่น สำหรับข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวนั้น ขณะนี้ได้มีการเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 โดยมีผู้ยื่นเสนอแก้ไข 2 กลุ่ม ประกอบด้วย

1. สนช. มีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นและให้เจ้าของสัตว์นำสัตว์เลี้ยงมาขึ้นทะเบียน (เพิ่มเติมใน มาตรา 22/1) โดยถ้าเจ้าของสัตว์ฝ่าฝืนข้อบัญญัติท้องถิ่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท (เพิ่มเติมในมาตรา 32/1) และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

2. กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรี มีสาระสำคัญคือกำหนดให้ราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นและให้เจ้าของสัตว์มาแจ้งเพื่อขอขึ้นทะเบียน โดยกำหนดให้รายได้จากค่าธรรมเนียมและค่าปรับเป็นของราชการส่วนท้องถิ่น (เพิ่มหมวด 5/1 มาตรา 21/1 มาตรา 21/2และมาตรา 21/3) และให้กำหนดเพิ่มเติม นิยามเจ้าพนักงานท้องถิ่น (แก้เพิ่มมาตรา 7) โดยให้มีผลใช้บังคับ ภายใน 180 วันนับแต่การประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าเจ้าของสัตว์ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท และกำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียม 1) คำร้องขอขึ้นทะเบียน ฉบับละ 50 บาท 2) สมุดประจำตัวสัตว์ ฉบับละ 100 บาท 3) เครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ตัวละ 300 บาท

สาเหตุที่มาของการแก้ไข เนื่องจากสภาพปัญหาการทิ้งสุนัขและแมวในที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากการที่เจ้าของไม่ประสงค์จะดูแล สัตว์เหล่านั้นจึงนำมาปล่อย อาจจะเกิดปัญหาสัตว์จรจัด โรคระบาดสัตว์และอันตรายที่เกิดจากสัตว์จรจัดนั้นและไม่มีผู้รับผิดชอบ

ซึ่งทั้งสองร่างนั้นหลังจากนี้ต้องผ่านความคิดเห็นของหน่วยงานที่รับผิดชอบ กฤษฎีกา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป หลังจากนั้นจะนำมาสู่การบรรจุเข้าวาระการประชุมเพื่อพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และต้องตั้งคณะกรรมมาธิการพิจารณา โดยใช้(ร่าง) แก้ไข ที่คณะรัฐมนตรีเสนอเป็นหลัก และใช้ (ร่างของสนช.พิจารณาร่วมด้วย) จึงจะประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

 

 

เมื่อพิจารณา ทั้งสองร่างแล้วจะเห็นว่า

1. การกระจายอำนาจให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ดี เพราะท้องถิ่นแต่ท้องถิ่นมีสภาพความแตกต่างที่หลากหลาย ตามบริบท ในเชิงพื้นที่วัฒนธรรมและวิถีชีวิต เช่น ปัญหาการเลี้ยงสัตว์ในเมืองและนอกเมืองมีความแตกต่างกัน การกระจายอำนาจก็เป็นเจตนารมณ์และจุดมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญและการปกครอง แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความพร้อม ความเหมาะสม ศักยภาพ งบประมาณ และบุคลากร ของแต่ละท้องถิ่นด้วยโดยเฉพาะ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องสัตว์ในแต่ละท้องถิ่นด้วย

2. อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 25,000 บาท สำหรับการไม่นำสัตว์มาขึ้นทะเบียน และ 450 บาทสำหรับค่าธรรมเนียมในการขึ้นทะเบียนสัตว์นั้นควรจะพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ถึงแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน มีมาตรฐาน เพราะถึงแม้จะเป็นอัตราที่สูงสุดก็ตาม (สามารถปรับได้ตั้งแต่ 1บาทถึง 25,000) แต่เมื่อพิจารณาอัตราโทษสูงสุด ก็ค่อนข้างสูงมาก อาจจะกระทบถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากจนเกินความจำเป็นโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและมีสัตว์อยู่ในครอบครองจำนวนมาก จะนำมาสู่ปัญหาการทิ้งสัตว์มากยิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าจะมีการเปรียบเทียบปรับจริง หลังการประกาศใช้กฎหมาย 1 ปี ควรให้มีการนำสัตว์มาขึ้นทะเบียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ หลังจากนั้นค่อยปรับในอัตราที่น้อยไปหาหนัก จะทำให้ประชาชนรับรู้ และมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ดังนั้นมาตรการรองรับในเชิงรุกที่เป็นรูปธรรมจึงมีความสำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะในเรื่องของความชัดเจนของกรอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ งบประมาณ บุคลากรและวิธีการจึงเป็นเรื่องที่สำคัญควบคู่กัน

3. การขึ้นทะเบียนสัตว์นั้น เป็นแนวทางหนึ่งของการแก้ปัญหาสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เจ้าของสัตว์มีความรับผิดชอบต่อสัตว์ของตนและปฏิบัติต่อสัตว์และผู้อื่นได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น  และสำหรับสัตว์จรจัดจะได้มีผู้รับผิดชอบดูแล แต่ก็ต้องมีมาตรการอื่นควบคู่กับการขึ้นทะเบียนสัตว์ด้วย เช่น การทำหมันและฉีดวัคซีน การจัดสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ได้มาตรฐานและการหาบ้านใหม่ให้สัตว์เหล่า และที่สำคัญต้องสร้างจิตสำนึกของความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป การแก้ไขปัญหาจึงจะได้ผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง

จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง มินิมาราธอนวิ่งด้วยใจ ต้านภัยมะเร็ง

จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง มินิมาราธอนวิ่งด้วยใจ ต้านภัยมะเร็ง 


       นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งพร้อมด้วยคณะกรรมการที่ปรึกษาโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องประชุมสิริศักดิ์ ชั้น 5 อาคารปฏิบัติการ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี   

โดยนายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี กล่าวถึงการจัดกิจกรรม วิ่งด้วยใจ ต้านภัยมะเร็ง มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 ในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เส้นทาง สนามกระโดดร่มพัชรกิติยาภา สนามบอลลูน โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ มุ่งสู่เส้นทางอ่างเก็บน้ำห้วยกระแทก ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองลพบุรี แบ่งการแข่งขันเป็น เดิน วิ่ง ระยะทาง 5 กิโลเมตรและมินิมาราธอน 10กิโลเมตร ค่าสมัคร 400 บาท ได้รับเสื้อและเหรียญที่ระลึก พิเศษสำหรับผู้สมัคร VIP ทุกท่าน ค่าสมัคร 2,000 บาท พร้อมรับเหรียญรางวัล VIP รายได้จากการจัดงาน เพื่อจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในการตรวจวินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ตลอดจน เพื่อระดมทุนสมทบกองทุนสนับสนุนบุคลากร ด้านโรคมะเร็งสาขาที่ขาดแคลน

 สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันแข่งขัน เปิดรับสมัครที่ ชั้น 1 อาคารปฏิบัติการ โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี หรือสมัครออนไลน์ได้ที่ http://lopburicancer.in.th/  วิ่งด้วยใจ ต้านภัยมะเร็ง มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เริ่มปล่อยตัวเวลา 5 นาฬิกา เป็นต้นไปที่ สนามกระโดดร่มพัชรกิติยาภา สนามบอลลูน โรงเรียนสงครามพิเศษ วิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งแล้วได้บุญ วิ่งด้วยใจ ต้านภัยมะเร็ง ครั้งที่ 1 สนใจสมัครติดต่อทางฝ่ายประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรีได้ตามเวลาราชการ//อนันต์ อ่ำทอง จ.ลพบุรี

วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กอ.รมน.กทม. สั่งลุยรอบ2 ตรวจสอบจับกุมร้านจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านโบ๊เบ๊!!

กอ.รมน.กทม. สั่งลุยรอบ2 ตรวจสอบจับกุมร้านจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านโบ๊เบ๊!!


วันที่ 9 ต.ค. 61 กอ.รมน.กทม.(ท) โดย พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง , พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย และ พ.ท.สุรพัฒน์ นากสุวรรณ สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ สน.นางเลิ้ง นำกำลังเข้าตรวจสอบย่านโบ๊เบ๊ เพื่อจับกุมร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย ว่ายังมีร้านค้าจำนวนหนึ่งขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ 


ผลการเข้าตรวจค้นจับกุม พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าฯ จำนวน 3 ร้านค้า ผู้ต้องหา 2 คน มีจำนวนสินค้าที่ผิดกฎหมาย จำนวนประมาณ 500 ชิ้น การจับกุมวันนี้ มี 1 ร้านค้า ซึ่งเคยถูกจับกุมไปเมื่อวันก่อน แต่ยังคงขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อจนท.ตรวจพบจึงดำเนินการจับกุม และได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าทั้งหมด นำสินค้าและผู้ต้องหาส่ง สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


ในการดำเนินการตรวจสอบจับกุมดังกล่าว ตรวจพบมีสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ภายในร้านบางส่วน จำนวนประมาณ 85 ชิ้น จนท.ผู้เชี่ยวชาญจึงดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง และส่งคืนเป็นที่เรียบร้อย


วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บรรยากาศล้างท้องเทศกาลกินเจคึกคัก ร้านเจยุคใหม่ แจกถุงผ้า หนังสือสวดมนต์ ซีดีธรรมะ

บรรยากาศล้างท้องเทศกาลกินเจคึกคัก ร้านเจยุคใหม่ แจกถุงผ้า หนังสือสวดมนต์ ซีดีธรรมะ 

        

       บรรยากาศการล้างท้องก่อนถึงเทศกาลกินเจเพื่อชะล้างเนื้อสัตว์หรืออาหารคาวต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกให้หมดก่อนถือศีลกินเจตามประเพณีพบว่าตามร้านค้าจำหน่ายอาหารเจ แบบปรุงสุกปีนี้ ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะบนถนนสายบำเพ็ญบุญของศูนย์งอกงาน ด้านหลังสวนหนุมาน วงเวียนสระแก้ว อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และผู้ประกอบการร้านอาหารเจ ที่เข้าร่วมรายการ ทำดีด้วยหัวใจ ตามโครงการร้านอาหารสะอาด ใจอิ่มบุญในเทศกาลกินเจ ครั้งที่ 21 ประจำปี 2561 ในระหว่างวันที่ 8 -17 ตุลาคม 2561 นี้ โดยได้รับเกียรติจาก นายพีรพงษ์ นุชรักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลพบุรี เป็นประธานปักธงสัญญาลักษณ์เจใจอิ่มบุญ ลงในถาดเพาะถั่วงอก พร้อมทั้งแจกถุงผ้าให้แก่ผู้มาใช้บริการในศูนย์งอกงามแห่งนี้ เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้ถุงพาสติกไปในตัวโดยมีนี้ร้านค้าในกลุ่มเครื่อข่ายของศูนย์งอกงามได้พร้อมใจกันใช้วัตถุดิบพืชผัก ที่รวมกลุ่มปลูกกันเองมาปรุงเป็นอาหารเจในราคาถูกออกจำหน่ายในราคา 25-30 บาท ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ต่อคิวซื้ออาหารเจเป็นจำนวนมาก อย่างเนื่องแน่นกว่าทุกปี เนื่องจากส่วนใหญ่บอกว่าสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวล อีกทั้งอาหารเจแบบปรุงสุขในปัจจุบัน มีรูปลักษณ์ที่น่ารับประทานและราคาไม่แพงและมีเมนูให้เลือกหลากหลายอาทิ ต้มแซบเจ ส้มตำเจ ขนมจีนน้ำยาเจ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่ารับประทาน และในปีนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคเจ ส่วนใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ยังรวมถึงกลุ่มวัยทำงาน และวัยรุ่นหันมารับประทานอาหารเจมากขึ้นซึ่งมีทั้งเลือกซื้อรับประทานที่ร้าน และนำกลับไปรับประทานที่บ้าน

โดยปีนี้ผู้ประกอบการร้านค้าที่ ปรุงสำเร็จอาหารเจ ออกจำหน่ายหน้าร้านต่างพากันรณรงค์ให้ผู้ที่ผ่านไปมาบริโภคอาหารเจ งดเว้นอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์และงดเว้นการดื่มสุราเป็นเวลา 9 วัน เพื่อรับเทศกาลถือศีลกินเจเพื่อให้จิตใจบริสุทธิ์พร้อมยังได้มีใช้ แอพพลิเคชั่น LINE กลุ่มให้กับลูกค้าได้รับทราบรายการอาหารในแต่ละมื้อแต่ละวันผ่านแอพพลิเคชั่น LINE กลุ่ม เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า ขณะที่ผู้มารับบริการที่ศูนย์อาหารยังได้รับแจกหนังสือสวดมนต์และซีดีธรรมะกลับบ้านได้ทั้งอิ่มท้องอิ่มบุญกันทั่วหน้าอีกด้วย//อนันต์ อ่ำทอง จ.ลพบุรี

กอ.รมน.กทม. ร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ฯต่างชาติ ลุยจับร้านจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านโบ๊เบ๊!!

กอ.รมน.กทม. ร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ฯต่างชาติ ลุยจับร้านจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ย่านโบ๊เบ๊!!


วันที่ 8 ต.ค. 61 กอ.รมน.กทม.(ท) โดย พล.ต.มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) มอบหมายให้ พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง , พ.อ.ศรุติ รัตโนทัย และ พ.ท.สุรพัฒน์ นากสุวรรณ สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ สน.นางเลิ้ง นำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ เพื่อจับกุมร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของ บริษัทแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย ว่ามีร้านค้าจำนวนหนึ่งขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ฯ 


ผลการเข้าตรวจค้นจับกุม พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าฯ จำนวน3 ร้านค้า ผู้ต้องหา 3 คน มีจำนวนสินค้าที่ผิดกฎหมาย หลายรายการ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าทั้งหมด นำสินค้าและผู้ต้องหาส่ง สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


ในการดำเนินการจับกุมวันนี้ มีตัวแทนบริษัทแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชาวต่างชาติ​ เดินทางมาตรวจสอบสินค้าที่​ สน.นางเลิ้ง​ และขอบคุณทาง​ เจ้าหน้าที่​ กอ.รมน.กทม.(ท)​ ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการปราบปรามและจับกุมเป็นอย่างดีตลอดมา โดยทาง คุณ​ รฐนนท์​ สิทธิปัญญานนท์​ กรรมการ​ บริษัท​ เวอริเซ็ด จำกัดและคุณ​ พรโรจน์​ เก๊งวินิจ​ได้ชี้แจงในการทำภารกิจร่วมกันให้กับทางตัวแทน จากบริษัทแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด​ได้รับทราบ ในโอกาสนี้ ทาง​ จนท.​กอ.รมน.กทม.(ท)​ ได้ส่งมอบนามบัตร​ พล.ต.มนัส​ จันดี​ รอง.ผอ.รมน.กทม.(ท)​ ให้กับทางตัวแทน บริษัทแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วย 


โอกาสนี้ กอ.รมน.กทม. ได้ให้ความมั่นใจกับผู้เสียหายทุกรายว่า สินค้าที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า ไม่ว่าจะเป็นของคนไทยหรือต่างชาติ หน่วยงานพร้อมที่จะบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

เปิดเส้นทางสายเมืองดอกบัว ชูอัตลักษณ์ทำด้วยมือสู่ชุมชน

เปิดเส้นทางสายเมืองดอกบัว ชูอัตลักษณ์ทำด้วยมือสู่ชุมชน

    ที่ศาลาประชาคมบ้านโนนสว่าง ตำบลโนนสว่าง อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ร่วมกับชาวชุมชนเปิดโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีชุมชนเส้นทางสายไหม 6 อำเภอ 16 หมู่บ้าน เพื่อสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน ตามแนวทางการท่องเที่ยวนวัตวิถีโอทอป เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดูกระบวนการผลิตสินค้าของชุมชน พร้อมกับเลือกซื้อสินค้าไปใช้สอยได้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้าที่ชาวชุมชนผลิตจากงานฝีมือด้วยตนเอง นางสมบูรณ์ รวยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าบ้านโนนสว่าง บอกว่า วิถีชีวิตของชาวชุมชนโนนสว่างที่ผ่านมาอาศัยรายได้จากการผลิตและขายผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าลายกาบบัว ผ้าหางกระรอก รวมทั้งผ้าขิดใช้คลุมไหล่ การผลิตผ้าไหมของชาวชุมชนบ้านโนนสว่างใช้วิธีแบบโบราณดั้งเดิม ไม่ใช้เครื่องจักรกล แต่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสองมือของชาวบ้าน เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นหม่อน เลี้ยงตัวไหม การสาวไหม มาถึงการทอ การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ ไม่ใช้สีจากสารเคมีและสุดท้ายคือการตัดเย็บออกจำหน่ายผ้าแต่ละผืนจะมีตำหนิเพียงหนึ่งเดียว เพราะผ้าทุกผืนทำด้วยมือของชาวบ้าน จึงไม่มีความเหมือนกันทุกผืนเหมือนการทำจากเครื่องจักร ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกระบวนการผลิตผ้าไหมของหมู่บ้านได้ทุกวัน 

สำหรับกลุ่มทอผ้าบ้านโนนสว่าง ซึ่งผลิตผ้าออกจำหน่ายทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้ายมากว่า 30 ปี มีสมาชิกรวม 56 คน มีรายได้จากการผลิตผ้าเดือนละประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อคนต่อเดือน เมื่อหน่วยงานให้การสนับสนุนเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จะเป็นผลดีให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากปกติ นายพิสดาร ประดา หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าการส่งเสริมและสนับสนุนให้เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เส้นทางสายไหม เพราะนอกจากนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้ชาวบ้าน ยังเน้นส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาชมงานฝีมือ จะได้ทราบถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งผ้าไหมและงานจักสานมูลค่าปีละกว่า 4,000 ล้านบาทแล้วนักท่องเที่ยวสามารถนอนค้างแรมได้ที่โฮมสเตย์ของหมู่บ้านที่มีกว่า 40 แห่ง ซึ่งจะสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้หมู่บ้านในเส้นทางสายไหมของจังหวัดในพื้นที่ 6 อำเภอ 16 หมู่บ้านเพิ่มขึ้นอีกด้วย//สุธน ประกอบพร จ.อุบลราชธานี

                                       

"รอง ผบช.ภ.9/รอง ผบช.ศปก.ตร. สน. เป็นประธานเปิด การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้นำหน่วย ของตำรวจภูธรภาค9/ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห...