วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"สมาคมสตรีสัมพันธ์!! จัดงานหาทุนสมัยที่32 เพื่อมอบความรักและของขวัญแด่เพื่อนมนุษย์ Gilf for love !!

"สมาคมสตรีสัมพันธ์!! จัดงานหาทุนสมัยที่32 เพื่อมอบความรักและของขวัญแด่เพื่อนมนุษย์ Gilf for love !!

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2562 เวลา 18.00 น.ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน สมาคมสตรีสัมพันธ์ ร่วมกับ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กรุงเทพมหานคร  ร่วมจัดงานหาทุนสมัยที่ 32 "เพื่อมอบความรักและของขวัญแด่เพื่อนมนุษย์ Gilf for love "

โดยมี ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติเป็นประธานพิธี ซึ่งมี นางสาววีรุทัย มณีนุชเนตร นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ ภาษาฮกเกี้ยน  สมัยที่ 32 กล่าวรายงาน พร้อมด้วย มาดามพันเผิง ภริยา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย,พลตรี มนัส จันดี รอง ผอ.รมน.กทม.(ท.),ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมสตรีสัมพันธ์, ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยให้เกียรติร่วมงานพร้อมด้วยองค์กรต่างๆและแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานครั้งนี้

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม ให้เกียรติ เป็นประธานในการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 110ทุน โดยเป็นทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการศึกษาในประเทศจีนกับ ม.ราชภัฎพระนคร พร้อมให้เกียรติมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับองค์กรต่างๆที่ให้การสนับสนุน

ด้านนางสาววีรุทัย ได้กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ สมาคมสตรีสัมพันธ์เป็นองค์กรสาธรณะกุศลได้ดำเนินการอันก่อประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติมาเป็นเวลา 32 ปี โดยกลุ่มสตรีไทยเชื้อสายจีน ที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศทั้ง 9 ภาษา อันได้แก่ ภาษาไหหลำ ภาษากว่างสี ภาษาแต้จิ๋ว ภาษาฮากกา ภาษาฮกเกี้ยน ภาษากวางตุ้ง ภาษาไต้หวัน ภาษายูนาน ภาษาเจียงเจ๊อะ กลุ่มสตรีไทยเชื้อสายจีน ซึ่งประสบความสำเร็จในชีวิต ตำแหน่งหน้าที่การงาน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจล้วนเป็นสตรีที่มีเกียรติ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และกำลังทรัพย์ เพื่อทำกิจกรรมการกุศลอันก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างตอ่เนื่อง 

ในปัจจุบันสมาคมสตรีสัมพันธ์ได้เชื่อมไมตรีกับองค์กรสตรีทั้งในและต่างประเทศ เช่น ศูนย์สมาชิกสัมพันธ์แม่สาย, ศูนย์ฯเชียงใหม่, ศูนย์ฯเบตง จังหวัดยะลา ในส่วนต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น ซึ่งได้ช่วยเหลือสนับสนุนในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์หลายโครงการ มากกว่า 30 กิจกรรม อาทิ ได้รับพระราชทานผ้ากฐิน พระราชทานประจำปี พ.ศ.2561 ไปถวาย ณ วัดพระยาทำวรวิหาร ,โครงการบริจาคโลหิต เพื่ีอช่วยเหลือชีวิตเพื่อมนุษย์จำนวน 225,9000 ซีซี 

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ,ถวายปัจจัยสมทบทุนเพื่อสร้างกุฏิพระสงฆ์ จังหวัดอุบลราชธานี สร้างโบสถ์ สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม ปิดทอง ปฏิสังขรณ์พระพุทธรูป และสร้างโรงพยาบาลที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างห้องสุขาให้แก่ชุมชนเลี้ยงดูเด็กกำพร้า,หาสิ่งของเพื่อสนับสนุนในกิจกรรมการออกร้านงานกาชาด, สนับสนุนโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงเกษตรอย่างยั่งยืนเพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน มอบทุนการศึกษาเด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์พาเด็กนักเรียนไปเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่รัฐสภา 

พร้อมทั้งพาคณะกรรมการและเด็กนักเรียนไปสมัครเป็นจิตอาสา ,ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กรุงเทพมหานคร ( กอ.รมน.กทม.)จัดทำโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงผู้ยากไร้ในชุมชนแออัดพื้นที่ต่าง ๆในกรุงเทพมหานคร เป็นต้น รวมทั้งสนับสนุนกำลังทรัพย์เพื่อร่วมกิจกรรมการกุศลกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ 

นางสาววีรุทัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจัดงานในค่ำคืนนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดี นักเรียนที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ และเพื่อมอบทุนสนับสนุนการเดินทาง แก่นักเรียนที่ได้รับโอกาสการเดินทางไปศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรมประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนรวมทั้งเพื่อจัดหาทุนสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของสมาคมเพื่อทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป อาทิ โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงผู้ยากไร้ที่ทาง สมาคมสตรีได้ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.)และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆต่อไป นางสาววีรุทัย กล่าวทิ้งท้าย!!


:ทีมข่าว Thailandpressnews รายงาน!!

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"ชาวบ้านกว่า 500 ราย รวมตัวหน้าโรงพักสตึก ร้อง”บิ๊กโจ๊ก” ถูกเบี้ยวเงินณาปนกิจ!!

"ชาวบ้านกว่า 500 ราย รวมตัวหน้าโรงพักสตึก ร้อง”บิ๊กโจ๊ก” ถูกเบี้ยวเงินณาปนกิจ!!

เมื่อวันที่ 21ก.พ. ที่สภ.สตึก ชาวบ้านกว่า 500 รายที่ได้รับความเดือนร้อนจากการเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์การเกษตรสตึกจำกัด นำโดยนายสมปอง ศรีสง่า เดินทางเข้าร้องทุกข์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.,พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐ์ศักดิ์ ผบช.ภ.3,พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.บช.ภ.3, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก. สส.สตม ,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ,พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ บช.ทท.,พ.ต.ท. อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากไม่ได้รับเงินสงเคราะห์จากการที่สมาชิกเสียชีวิต 

โดยนายสมปอง กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่าพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และคณะ จะเดินทางมาแถลงข่าวที่สภ.สตึก จึงได้รวมตัวผู้เสียหายที่ได้รับความเดือนร้อนเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ กรณีที่ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์จากการที่สมาชิกเสียชีวิตของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์การเกษตรสตึกจำกัด ซึ่งสมา คมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งนี้มีสมาชิกกว่า 17000 คน เกิดปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2559 มีสมาชิกเสียชีวิตหลายราย แต่ทายาทกับไม่ได้รับเงินสง เคราะห์รวมทั้งบางรายได้รับเงินแต่ไม่ครบจำนวน เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากบางครอบ ครัวไม่มีเงินแม้กระทั่งจัดงานศพ บางครอบครัวยืมเงินมาจัดงานก่อน เพราะคิดว่าได้รับเงินสงเคราะห์จากสมาคมฌาปนกิจ ซึ่งเมื่อไปสอบถามคณะกรรมการสมาคมจะฟังว่าเกิดปัญหาสภาพคล่องของเงินในบัญชีที่เคยมีเกือบ 100 ล้านบาทเหลือเพียง 4000 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมตัวกันแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วเวลาผ่านไปนานกว่าสามปีแต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าเนื่องจากเจ้าของคดีได้ย้ายไปรับราชการที่ท้องที่อื่น ขณะเดียวกันพบความผิดปกติของคณะกรรมการสมาคมที่มีพฤติกรรมร่ำรวยเกินกว่าปกติ ซึ่งต่อมาหลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับคณะกรรมการชุดนี้ได้ เนื่องจากทางตำรวจยังสรุปสำนวนไม่แล้วเสร็จ รวมทั้งมีการเจรจากับทางคณะกรรมการสมาคมแต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงได้รับคำตอบว่าให้ไปฟ้องร้องเอง พร้อมยังอ้างว่าไม่มีใครดำเนินคดีกับพวกเขาได้จึงนำเรื่องดังกล่าวมาร้องทุกข์ผ่านศูนย์ปราบปรามอาชญา กรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนประสานข้อมูลกับทางตำรวจภูธรท้องที่เพื่อขอดูสำนวนคดีก่อนหน้านี้ที่มีการรับแจ้งความ และสอบปากคำผู้เสียหาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งหากพบความผิดปกติหรือพฤติกรรมของคณะกรรมการสมาคมชุดนี้ส่อไปในทางทุจริตหรือเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนต่อจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป!!

#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ 5 : พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ. 5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178 !!


:ทีมข่าว Thailandpressnews รายงาน!!

"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร.!!แถลงผลจับกุมมิจฉาชีพหลอกลวงเปิดเต้นท์ขายรถเสียหายร่วม 40ล้านบาท!!

"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร.!!แถลงผลจับกุมมิจฉาชีพหลอกลวงเปิดเต้นท์ขายรถเสียหายร่วม 40ล้านบาท!! 

ด้วยศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 100 ราย ถูกหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบจากเต้นท์รถสมบูรณ์ยนตรการ และหจก.นิ่มนวลยนตรการ ได้รับความเสียหายรวมกว่า 40 ล้านบาท เหตุเกิดที่พื้นที่รับผิดชอบ สภ.สตึก ภ.จว.บุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญา กรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือศปอส. ตร.,พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐ์ศักดิ์ ผบช.ภ.3 ,พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.บช.ภ.3,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ. แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ บช.ทท.,พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ สนธิกำลัง ศปอส.ตร .ปิดล้อมตรวจค้น 4 จุดในพื้นที่อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  

โดยการปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้เป็น การขยายผลเข้าตรวจสอบเต้นท์รถสมบูรณ์ยนตรการ และหจก.นิ่มนวลยนตรการ รวมทั้งคาร์แคร์ล้างรถ หลังผู้เสียหายกว่า 100 ราย เข้าร้องเรียนกับศปอส.ตร. ว่าถูกเต้นท์รถแห่งนี้กระทำนิติกรรมอำพรางในลักษณะฉ้อโกงประชาชน โดยในเบื้องต้นได้ทำการตรวจยึดอายัดทรัพย์สินอาทิ บ้านที่พักอาศัย โฉนดที่ดิน รถยนต์กว่า 227 คันมูลค่ากว่า 292,656,000 บาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาทางศปอส.ตร.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 100 ราย ว่าถูกหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบจากเต้นท์รถสมบูรณ์ยนตรการ และหจก.นิ่มนวลยนตรการ ได้รับความเสียหายรวมกว่า 40 ล้านบาท เหตุเกิดที่พื้นที่รับผิดชอบ สภ.สตึก ภ.จว.บุรีรัมย์ จึงได้สั่งการให่้ชุดสืบสวนประสานงานกับ ภ.จว.บุรีรัมย์และบก.สส.ภ.3  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยในเบื้องต้นพบการกระทำความผิดจริง ซึ่งพบว่าเต้นท์ดังกล่าวประกอบกิจการเกี่ยวกับการซื้อขาย จำหน่ายแลกเปลี่ยน รถยนต์มือสอง หรือรถยนต์ใช้แล้ว โดยมีลักษณะการหลอกลวงประชาชน อาทิ หลอกซื้อรถโดยการจ่ายเงินไม่ครบ หรือหลอกซื้อรถที่ติดไฟแนนซ์แต่ไม่ยอมปิดไฟแนนซ์ให้ตามที่ตกลง และหลอกขายรถติดไฟแนนซ์คันอื่นให้ผู้เสียหายในเวลาเดียวกันหลอกให้เอาโฉนดที่ดินมาฝากขายเป็นเงินดาวน์ แล้วปล่อยกู้เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันพบว่าระหว่างการประกอบกิจการได้มีการขยายกิจการมาโดยตลอด สวนทางกับบัญชีงบดุลที่แจ้งการขาดทุนมาโดยตลอด อันเป็นการแสดงเจตนาเลี่ยงภาษีอีกทั้งมีประชาชนในพื้นที่แจ้งความ 61 ราย 

ต่อมาชุดทำงานจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ออกหมายจับผู้ร่วมญชีกระทำความผิด 5 ราย ประกอบไปด้วย 

1.ห้างหุ้นส่วนนิ่มนวลยนตรการ โดย นางนิ่มนวล สีสันงาม

2.นางนิ่มนวล  สีสันงาม,

3.นายสมบูรณ์ ยือรัมย์,

4.นางวิกานดา  ม่วงอยู่,และ

5นางสาวกมลพร  อัญชลี 

ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ จ.31-35/2562  ลง 20 ก.พ.2562

ในฐานความผิด ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต,ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด,จัดหามาซึ่งเงินทุนให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ปลอมและใช้เอกสารปลอม  โดยได้นำกำลังเข้าตรวจค้นตามที่พักอาศัยและเต้นท์รถในอำเภอสตึก ซึ่งติดตามพฤติกรรมของแก๊งนี้ จนแน่ใจว่ามีการหลอกลวงประชาชนเข้าข่ายฉ้อโกงและใช้เอกสารราชการปลอม จึงได้สั่งให้แกะรอยเส้นทางการเงินกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวตั้งแต่ปี ‪2554-2561‬ พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 231 ล้านบาท   

อีกทั้งธุรกิจนี้ไม่มีใบประกอบการซื้อขายตามกฎหมายด้วย และเตรียมจะขยายผลเข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่ รวมทั้งหากพบมีการหลบเลี่ยงภาษีก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รายยังคงให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง4ราย พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยาเพื่อชดใช้ให้ผู้เสียหาย ส่วนสาเหตุนั้นมาจากปัญหาเรื่องการเงินเป็นหลัก มีเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอจนเกิดผลกระทบตามมา!!


#ทีมงานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ 5 : พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ. 5 บก.อก.สตม.:สายด่วน 1178 !!


:ทีมข่าว Thailandpressnews รายงาน!!

"กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์!!ร่วมกับหลายหน่วยงานในจว.นำถุงยังชีพ"มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"มอบให้ ผู้ป่วยติดเตียง ยากไร้ และพิการ!!

"กอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์!!ร่วมกับหลายหน่วยงานในจว.นำถุงยังชีพ"มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"มอบให้ ผู้ป่วยติดเตียง ยากไร้ และพิการ!! 

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.62 เวลา 14.00 น. พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รองผอ.รมน.จังหวัด ป.ข.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนประสานงาน กกล.รส.จว. ปข.พื้นที่อ.เมือง,มว.รส.ที่ 1(อ.เมือง) ร้อย.รส.จว.ป.ข. (ศร.),นายสิทธิพร เที่ยงธรรม ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ /ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์,นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก รองปลัดเทศบาล,นางญาดา เกลี้ยงกลม หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์, น.ส.ณัฐฎา จันทร์ไกร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการฯและนายพิชิต สันติเมธากุล อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ 

ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมเยือนผู้ป่วยพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ เพื่อพบปะให้กำลังใจและสอบถามความการใช้ชีวิตประจำวัน ในพื้นที่เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 3 ราย ดังนี้.-

1.) นาย ไพศาล ตึกภุมรินทร์ อายุ 60 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง อัมพฤตซีกขวา ภรรยาหาเลี้ยงชีพโดยการทำหมวกจากวัสดุรีไซเคิล

2.) นายน้อย ช้างทอง อายุ 64 ปี เป็นผู้พิการทางสายตามองไม่เห็นเนื่องจากอุบัติเหตุ

3.) นายพนมศักดิ์ แย้มเชย อายุ 55 ปี ผู้พิการทางขาเป็นคนไข้ติดเตียง ไม่สามารถเดินได้(มีความต้องการวีลแชร์)

ทั้งนี้ คณะฯได้ร่วมกันมอบ ไข่ น้ำดื่ม และได้มอบถุงยังชีพ(ข้าวสาร อาหารแห้งน้ำมันพืช น้ำปลา ปลากระป๋อง ผักกาดดอง ขนม)ซึ่งได้รับจาก "มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ"โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อไป ทั้ง 3 ราย ขอบคุณคณะที่มาให้กำลังใจและติดตามสภาพความเป็นอยู่!!

#ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จว.ประจวบคีรีขันธ์!!

:ทีมข่าว Thailandpressnews รายงาน!!

"กอ.รมน.จังหวัดขอนแก่นจัดพิธีปิดและมอบเกียรติบัตรโครงการเสริมสร้างความรักความสามัคคีชุมชนคุณธรรม (บวร) ร่วมใจ!!

"กอ.รมน.จังหวัดขอนแก่นจัดพิธีปิดและมอบเกียรติบัตรโครงการเสริมสร้างความรักความสามัคคีชุมชนคุณธรรม (บวร) ร่วมใจ!!

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 15.30 น.ที่ผ่านมา พ.อ.คณธัช ชนะกาญจน์ รอง ผอ.รมน. จังหวัด ข.ก. (ท.) ร่วมพิธีปิดการอบรมโครงการเสริมสร้างความรักความสามัคคีชุมชนคุณธรรม (บวร) ร่วมใจ โดยมี รองอธิการบดี มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น/รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีปิดการอบรมฯ 

พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมจำนวน 100 คน ณ หอประชุมมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ต.โคกสี อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น สำหรับผู้ผ่านการอบรมโครงการนี้ ทุกคนมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนการสร้างสังคมคุณธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนาและวิธีปฏิบัติตนที่ได้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งมีความพร้อมที่จะเป็นเครือข่ายด้านความมั่นคงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาติบ้านเมืองต่อไป ผลการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย!!


#ประชาสัมพันธ์.กอ.รมน.จว.ขอนแก่น!!

"รอง ผบช.ภ.9/รอง ผบช.ศปก.ตร. สน. เป็นประธานเปิด การประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการผู้นำหน่วย ของตำรวจภูธรภาค9/ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห...